ให้บริการทดสอบดิน–เสาเข็มทั่วประเทศ · ตอบกลับภายใน 1 วันทำการ
หน้าแรกบริการ การเจาะสำรวจชั้นดิน
Service 01 / 07

SOIL BORING TEST
การเจาะสำรวจชั้นดิน

เจาะสำรวจชั้นดิน เก็บตัวอย่าง และทดสอบ SPT เพื่อจัดทำ Boring Log ใช้เป็นข้อมูลออกแบบฐานราก ดำเนินงานตามมาตรฐาน ASTM อย่างเคร่งครัด

หน้าแรกบริการ การทดสอบความหนาแน่นของดิน
Service 02 / 07

FIELD DENSITY TEST
การทดสอบความหนาแน่นของดิน

ตรวจสอบความหนาแน่นของดินบดอัดในสนามด้วยวิธี Sand Cone เปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานในห้องปฏิบัติการ

หน้าแรกบริการ การทดสอบกำลังรับน้ำหนักของเสาเข็ม
Service 03 / 07

DYNAMIC LOAD TEST
การทดสอบกำลังรับน้ำหนักของเสาเข็ม

ทดสอบกำลังรับน้ำหนักเสาเข็มด้วยเครื่อง Pile Driving Analyzer™ (PDA) และวิเคราะห์ผลโดยโปรแกรม CAPWAP

หน้าแรกบริการ การทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม
Service 04 / 07

SEISMIC TEST
การทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม

ประเมินสภาพความสมบูรณ์ของเสาเข็มแบบไม่ทำลายด้วยเครื่อง PET — Pile Echo Tester

หน้าแรกบริการ การทดสอบเสาเข็มแบบสถิต
Service 05 / 07

STATIC LOAD TEST
การทดสอบเสาเข็มแบบสถิต

ทดสอบกำลังรับน้ำหนักของเสาเข็มด้วยน้ำหนักจริง วัดความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักและการทรุดตัว

หน้าแรกบริการ การทดสอบการรับน้ำหนักของพื้นดิน
Service 06 / 07

PLATE BEARING TEST
การทดสอบการรับน้ำหนักของพื้นดิน

ทดสอบกำลังรับน้ำหนักของชั้นดินด้วยแผ่นเหล็ก สำหรับงานถนน พื้นโรงงาน และฐานรากตื้น

หน้าแรกบริการ งานสำรวจภูมิประเทศ
Service 07 / 07

TOPOGRAPHIC SURVEY
งานสำรวจภูมิประเทศ

งานสำรวจภูมิประเทศและทำผังบริเวณก่อสร้าง พร้อมจัดทำแผนที่ภูมิประเทศตามมาตรฐานวิศวกรรม

เกี่ยวกับการทดสอบนี้

การออกแบบฐานรากและประเมินต้นทุนที่แม่นยำ เริ่มจากการรู้คุณสมบัติของชั้นดินใต้แปลงโครงการ Soil Boring Test คือกระบวนการเจาะเก็บตัวอย่างดินจากผิวลึกลงไปจนถึงระดับที่ออกแบบ จากนั้นนำตัวอย่างเข้าทดสอบในห้องปฏิบัติการ เพื่อจัดทำ Boring Log ที่เป็นข้อมูลตั้งต้นของผู้ออกแบบโครงสร้าง

01หลักการทดสอบPrinciple

การเจาะสำรวจชั้นดินมีจุดประสงค์เพื่อสำรวจข้อมูลธรณีเทคนิคเบื้องต้น ทราบลำดับและความหนาของแต่ละชั้นดิน รวมถึงคุณสมบัติพื้นฐาน ใช้เป็นข้อมูลให้ผู้ออกแบบนำไปคำนวณกำลังรับน้ำหนัก ความลึก และชนิดของฐานรากที่เหมาะสม

งานสนามประกอบด้วยขั้นตอนการเก็บตัวอย่างดิน (Soil Sampling) และการทดสอบตอกทะลวงแบบมาตรฐาน (Standard Penetration Test — SPT) จากนั้นนำตัวอย่างเข้าทดสอบในห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ASTM

รูปที่ 1 — การเจาะสำรวจชั้นดินโดยวิธี Soil Boring Test
รูปที่ 1 — การเจาะสำรวจชั้นดินโดยวิธี Soil Boring Test

02อุปกรณ์และเครื่องมือEquipment

เครื่องเจาะสำรวจดินแบบสามขา (Tripod)
01เครื่องเจาะสำรวจดินแบบสามขา (Tripod)
กระบอกเก็บดินและหัวเจาะ (Split Spoon)
02กระบอกเก็บดินและหัวเจาะ (Split Spoon)
ก้านเจาะ (Drill Rod)
03ก้านเจาะ (Drill Rod)
เครื่องดึงเชือก (Cathead Winch)
04เครื่องดึงเชือก (Cathead Winch)
เครื่องสูบน้ำพร้อม Water Swivel
05เครื่องสูบน้ำพร้อม Water Swivel
ลูกตุ้มเหล็กมาตรฐาน 63.5 กก.
06ลูกตุ้มเหล็กมาตรฐาน 63.5 กก.

03ขั้นตอนการทดสอบProcedure

01

เลือกตำแหน่งหลุมเจาะให้ครอบคลุมพื้นที่โครงการ ตามผังการสำรวจที่ออกแบบไว้

02

เคลื่อนย้ายอุปกรณ์เข้าตำแหน่ง ติดตั้งโครงสามขาให้จุดศูนย์กลางตรงกับหลุมเจาะ

03

ติดตั้งรอกแขวนบนสามขา สวมสายยางท่อน้ำจากปั๊มน้ำเข้าสู่ก้านเจาะ

04

ในชั้นดินอ่อนถึงแข็งปานกลาง ใช้สว่านหมุนเจาะลึกครั้งละ 0.50–1.00 เมตร

05

ทุกระยะที่กำหนด ทำการเก็บตัวอย่างด้วยกระบอกเก็บดินและบันทึกค่า N–value จาก SPT

06

เก็บตัวอย่างละเอียดในช่วง 4 เมตรแรก จากนั้นเก็บทุก 1.50 เมตร จนถึงระดับที่กำหนด

04รายงานผลการทดสอบReporting

  • วิธีการและขั้นตอนการเจาะ พร้อมรายละเอียดของหลุมแต่ละหลุม
  • กราฟแสดงชั้นดินและคุณสมบัติ (Boring Log) ตามระดับความลึก
  • สรุปกำลังต้านทานของดินสำหรับฐานแผ่ เสาเข็มตอก และเสาเข็มเจาะ
  • ผลทดสอบในห้องปฏิบัติการ — Particle Size, Moisture, Atterberg Limits, UC
  • ตำแหน่งหลุมเจาะสำรวจ พร้อมรูปภาพประกอบและรายการคำนวณ

05มาตรฐานอ้างอิงStandards

ASTM D 1586ASTM D 1587ASTM D 422ASTM D 2216ASTM D 4318ASTM D 2166

สนใจให้ FFT ดูแลงาน SOIL BORING TEST?

ทีมวิศวกร COE ของเราพร้อมเข้าหน้างานทั่วประเทศ ตอบกลับภายใน 1 วันทำการ

เกี่ยวกับการทดสอบนี้

งานถนน พื้นโรงงาน และฐานรากตื้น ต้องการความมั่นใจว่าดินที่บดอัดแล้วได้ความหนาแน่นตามที่ผู้ออกแบบกำหนด Field Density Test ใช้วิธีแทนที่ทราย (Sand Cone Method) เพื่อหาปริมาตรของหลุมที่ขุดออกมาแล้วเปรียบเทียบกับน้ำหนักดินที่ได้

01หลักการทดสอบPrinciple

การทดสอบความหนาแน่นของดินในสนามมีจุดประสงค์เพื่อตรวจสอบหลังการบดอัดว่าได้ความหนาแน่นตามข้อกำหนดหรือไม่ หากบดอัดมากเกินจะสิ้นเปลืองทั้งค่าแรงงานและเชื้อเพลิง แต่ถ้าบดอัดน้อยจะไม่ผ่านเกณฑ์

การทดสอบจะเปรียบเทียบความหนาแน่นของดินในสนามกับความหนาแน่นสูงสุดจากผลในห้องปฏิบัติการ ใช้วิธีแทนที่ทราย (Sand Cone Method) ตามมาตรฐาน ASTM D 1556 หรือ AASHTO T 191

02อุปกรณ์และเครื่องมือEquipment

กรวยใส่ทราย (Sand Cone) สแตนเลส
01กรวยใส่ทราย (Sand Cone) สแตนเลส
แผ่นฐานรอง 30 × 30 ซม.
02แผ่นฐานรอง 30 × 30 ซม.
ชุดเครื่องมือขุดเจาะดิน
03ชุดเครื่องมือขุดเจาะดิน
เครื่องชั่งดิจิทัล 10 กก. ละเอียด 5 ก.
04เครื่องชั่งดิจิทัล 10 กก. ละเอียด 5 ก.
กระป๋องเก็บทราย ถุงตัวอย่าง
05กระป๋องเก็บทราย ถุงตัวอย่าง
ทรายออตตาวา (Ottawa Sand)
06ทรายออตตาวา (Ottawa Sand)

03ขั้นตอนการทดสอบProcedure

01

ปรับพื้นผิวทดสอบให้เรียบขนาดประมาณ 40 × 40 ซม. วางแผ่นฐานรองและตอกตะปูยึด ปัดฝุ่นออกให้หมด

02

ใช้อุปกรณ์เจาะดินตรงกลางแผ่นฐานให้ลึกประมาณ 10–15 ซม. ก้นหลุมต้องเสมอปาก

03

เก็บดินที่ขุดได้ทั้งหมด นำไปชั่งและจดบันทึก แบ่งส่วนหนึ่งไปหาค่าความชื้น

04

คว่ำกรวยทรายลงบนปากหลุม เปิดวาล์วปล่อยทรายลงหลุม ระวังอย่ากระเทือน

05

เมื่อทรายหยุดไหลปิดวาล์ว นำกรวย + ทรายที่เหลือชั่งและจดบันทึก

06

คำนวณหาค่าความหนาแน่นเปียก ความหนาแน่นแห้ง และเปอร์เซ็นต์การบดอัด

สูตรการคำนวณหลัก

สมการความหมาย
γsand = Wsand / Vความหนาแน่นของทรายมาตรฐาน
W₇ = W₄ − W₃น้ำหนักทรายที่ลงในหลุมจริง
V₁ = W₇ / γsandปริมาตรของหลุมที่ขุด
γwet = Wwet / Vความหนาแน่นของดินเปียก
γdry = γwet / (1 + ω/100)ความหนาแน่นของดินแห้ง

04รายงานผลการทดสอบReporting

  • ลักษณะชนิดของดินและตำแหน่งจุดทดสอบ
  • ค่าความหนาแน่นของดินในสนาม / ค่าความชื้นภาคสนาม
  • เปอร์เซ็นต์การบดอัด (Percent Compaction)
  • รูปภาพและข้อสังเกตขณะทดสอบ

05มาตรฐานอ้างอิงStandards

ASTM D 1556AASHTO T 191

สนใจให้ FFT ดูแลงาน FIELD DENSITY TEST?

ทีมวิศวกร COE ของเราพร้อมเข้าหน้างานทั่วประเทศ ตอบกลับภายใน 1 วันทำการ

เกี่ยวกับการทดสอบนี้

หลังตอกหรือเจาะเสาเข็มเสร็จ ก่อนขึ้นงานโครงสร้าง ต้องยืนยันว่าเสาเข็มแต่ละต้นรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบ Dynamic Load Test ให้ข้อมูลรวดเร็ว แม่นยำ และครอบคลุมเสาเข็มจำนวนมากในเวลาสั้น

01หลักการทดสอบPrinciple

การทดสอบกำลังรับน้ำหนักของเสาเข็มแบบพลศาสตร์ใช้ตุ้มน้ำหนักปล่อยกระแทกที่หัวเสาเข็ม แรงกระแทกทำให้เกิดคลื่นความเค้นอัดเคลื่อนที่ลงในเสาเข็มด้วยความเร็วที่ขึ้นกับคุณสมบัติของเสาเข็ม

คลื่นจะสะท้อนกลับเมื่อแรงต้านทานจากแรงเสียดทาน แรงต้านปลายเข็ม และพื้นที่หน้าตัดเปลี่ยนแปลง สัญญาณบันทึกโดย Strain Transducer และ Accelerometer ติดตั้งบริเวณหัวเสาเข็ม

สัญญาณถูกแปลงเป็นแรงและความเร็ว แล้วนำมาวิเคราะห์หากำลังรับน้ำหนักทางสถิตศาสตร์ด้วยโปรแกรม CAPWAP (Case Pile Wave Analysis Program)

รูปที่ 1 — การทดสอบเสาเข็มโดยวิธี Dynamic Load Test
รูปที่ 1 — การทดสอบเสาเข็มโดยวิธี Dynamic Load Test

02อุปกรณ์และเครื่องมือEquipment

Pile Driving Analyzer (PDA)
01Pile Driving Analyzer (PDA)
Strain Transducer หัววัดความเครียด
02Strain Transducer หัววัดความเครียด
Accelerometer หัววัดความเร่ง
03Accelerometer หัววัดความเร่ง
ตุ้มเหล็กขนาด 1.2–12.0 ตัน
04ตุ้มเหล็กขนาด 1.2–12.0 ตัน
สว่านเจาะติดเซนเซอร์
05สว่านเจาะติดเซนเซอร์
ตลับเมตรวัดระยะ
06ตลับเมตรวัดระยะ

03ขั้นตอนการทดสอบProcedure

01

เตรียมเปิดเข็มสูง 0.70–1.00 เมตร พื้นที่เพียงพอให้ช่างติดตั้งอุปกรณ์ทดสอบ

02

ติดตั้ง Accelerometer และ Strain Transducer ที่ด้านข้างเสาเข็ม 2 จุดตรงข้าม ห่างจากหัวเข็มลงไป 1.5 เท่าของหน้าตัด

03

ใช้กระสอบป่านและไม้อัดรองหัวเสาเข็มแทนการครอบหมวก เพื่อปรับสมดุลของหน้าตัด

04

ยกตุ้มในระยะ 0.30–2.00 เมตร และปล่อยกระแทกที่หัวเข็ม

05

อ่านและบันทึกสัญญาณจาก PDA ขณะทดสอบเพื่อยืนยันคุณภาพข้อมูล

06

ส่งข้อมูลเข้าวิเคราะห์ด้วยโปรแกรม CAPWAP เพื่อหากำลังรับน้ำหนักสุดท้าย

รูปแบบการทดสอบ 2 ลักษณะ

รูปแบบวัตถุประสงค์
Initial Driving Testทดสอบระหว่างตอกเสาเข็มเพื่อหยั่งหาความลึก
Re-Strike Drive Testทดสอบหลังตอกหรือเจาะเสร็จ เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์
รูปที่ 2 — สัญญาณความเครียดและความเร็วสอดคล้องกัน
รูปที่ 2 — สัญญาณความเครียดและความเร็วสอดคล้องกัน

04รายงานผลการทดสอบReporting

  • ชนิด ขนาด ความยาวของเสาเข็ม วันที่ทดสอบ
  • กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างกำลังรับน้ำหนักของเสาเข็มและการทรุดตัว
  • ผลการคำนวณกำลังรับน้ำหนักโดยโปรแกรม CAPWAP
  • รูปภาพและข้อสังเกตขณะทดสอบ

05มาตรฐานอ้างอิงStandards

ASTM D 4945

สนใจให้ FFT ดูแลงาน DYNAMIC LOAD TEST?

ทีมวิศวกร COE ของเราพร้อมเข้าหน้างานทั่วประเทศ ตอบกลับภายใน 1 วันทำการ

เกี่ยวกับการทดสอบนี้

ก่อนเทคอนกรีตปิดทับ จำเป็นต้องมั่นใจว่าเสาเข็มแต่ละต้นไม่มีรอยแตก คอด หรือชำรุดใต้ดิน Seismic Test ทำได้รวดเร็ว ไม่ทำลายเสาเข็ม และเหมาะกับการตรวจสอบจำนวนมากภายในเวลาจำกัด

01หลักการทดสอบPrinciple

การทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มเป็นการทดสอบแบบไม่ทำลาย เริ่มจากเตรียมหัวเสาเข็มโดยปัดฝุ่นและเช็ดน้ำปูนให้สะอาด

ติดหัววัดสัญญาณ (Accelerometer) บนหัวเสาเข็มด้วยดินน้ำมัน ใช้ค้อนพลาสติกเคาะที่หัวเสาเข็มในแนวขนานกับแกนของเสาเข็ม รอบ ๆ หัววัดสัญญาณ 2–3 ครั้ง

กราฟคลื่นสัญญาณระหว่างความเร็วกับเวลา (Velocity Trace) จะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อประเมินสภาพความสมบูรณ์

รูปที่ 1 — การทดสอบเสาเข็มโดยวิธี Seismic Test
รูปที่ 1 — การทดสอบเสาเข็มโดยวิธี Seismic Test

02อุปกรณ์และเครื่องมือEquipment

PET — Pile Echo Tester
01PET — Pile Echo Tester
ค้อนพลาสติกเคาะหัวเสาเข็ม
02ค้อนพลาสติกเคาะหัวเสาเข็ม
แทบเล็ตบันทึก/ประมวลผล
03แทบเล็ตบันทึก/ประมวลผล

03ขั้นตอนการทดสอบProcedure

01

ตรวจสอบให้คอนกรีตหัวเสาเข็มมีอายุไม่น้อยกว่า 7 วัน และคุณภาพดีเพียงพอ

02

สกัดหัวเสาเข็มให้เห็นเนื้อคอนกรีตจริง พื้นผิวเรียบเพียงพอที่จะติดหัววัดให้แนบสนิท

03

ปัดฝุ่น เช็ดให้สะอาดและแห้ง ไร้สิ่งกีดขวางบนหัวเสาเข็ม

04

ติดหัววัด Accelerometer ด้วยดินน้ำมัน บนตำแหน่งที่กำหนด

05

ใช้ค้อนพลาสติกเคาะรอบ ๆ หัววัด 2–3 ครั้ง บันทึกสัญญาณ Velocity Trace

06

นำข้อมูลเข้าวิเคราะห์ในแทบเล็ต ประเมินค่า BETA เพื่อสรุปสภาพของเสาเข็ม

เกณฑ์พิจารณาค่า BETA

ค่า BETA (β)สภาพของเสาเข็ม
0.90 – 1.00สมบูรณ์ (Pile OK)
0.80 – 0.90เสียหายเล็กน้อย (Minor Defect)
0.60 – 0.80เสียหาย (Major Defect)
ต่ำกว่า 0.60เสาเข็มหัก (Broken)
BETA = 1.0 — เสาเข็มสมบูรณ์
BETA = 1.0 — เสาเข็มสมบูรณ์
BETA < 0.60 — เสาเข็มหักที่ระยะ 2.0 ม.
BETA < 0.60 — เสาเข็มหักที่ระยะ 2.0 ม.

04รายงานผลการทดสอบReporting

  • ชนิด ขนาด ความยาวของเสาเข็ม และวันที่ทดสอบ
  • กราฟแสดงสัญญาณทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม
  • ค่า BETA และการวิเคราะห์สภาพของเสาเข็มแต่ละต้น
  • รูปภาพและข้อสังเกตขณะทดสอบ

05มาตรฐานอ้างอิงStandards

ASTM D 5882

สนใจให้ FFT ดูแลงาน SEISMIC TEST?

ทีมวิศวกร COE ของเราพร้อมเข้าหน้างานทั่วประเทศ ตอบกลับภายใน 1 วันทำการ

เกี่ยวกับการทดสอบนี้

สำหรับโครงการที่ต้องการความมั่นใจสูงสุดในกำลังรับน้ำหนักของเสาเข็ม Static Load Test คือมาตรฐานทองคำ — ใช้น้ำหนักจริงค่อย ๆ กระทำกับหัวเสาเข็มแล้ววัดการทรุดตัวที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้น เพื่อให้ได้กราฟ Load–Settlement ที่นำไปวิเคราะห์น้ำหนักประลัยได้อย่างแม่นยำ

01หลักการทดสอบPrinciple

การทดสอบเสาเข็มแบบสถิตเป็นวิธีที่ให้ผลแม่นยำสูงสุดและเป็นมาตรฐานในงานออกแบบฐานราก ใช้น้ำหนักจริงค่อย ๆ กระทำกับหัวเสาเข็ม แล้ววัดค่าการทรุดตัวที่เกิดขึ้นเป็นขั้น ๆ

นำผลที่ได้มาวาดกราฟ Load–Settlement ใช้ตรวจสอบว่าเสาเข็มรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบหรือไม่ และวิเคราะห์น้ำหนักประลัยด้วยวิธี Davisson, Mazurkiewicz หรือ Chin

วิธีที่นิยมคือ Maintained Load Test (MLT) ตาม ASTM D 1143 — เพิ่มน้ำหนักทดสอบเป็นขั้น ๆ คงค่าและบันทึกการทรุดตัวจนคงที่ จนถึงน้ำหนักทดสอบ 200% ของน้ำหนักออกแบบ

02อุปกรณ์และเครื่องมือEquipment

Loading Platform / Kentledge Block
01Loading Platform / Kentledge Block
แม่แรงไฮดรอลิก พิกัดเพียงพอ
02แม่แรงไฮดรอลิก พิกัดเพียงพอ
Load Cell + เกจวัดความดัน
03Load Cell + เกจวัดความดัน
Dial Gauge / LVDT ละเอียด 0.001″
04Dial Gauge / LVDT ละเอียด 0.001″
Reference Beam ยึดกับขาแยก
05Reference Beam ยึดกับขาแยก
แผ่นเหล็กกระจายแรง (Bearing Plate)
06แผ่นเหล็กกระจายแรง (Bearing Plate)

03ขั้นตอนการทดสอบProcedure

01

เตรียมหัวเสาเข็ม ตัดแต่งให้เรียบและตั้งฉาก จัดวางแผ่นเหล็กกระจายแรงและแม่แรงไฮดรอลิก

02

ติดตั้ง Dial Gauge / LVDT ทั้ง 4 ตำแหน่งรอบหัวเสาเข็ม ยึดกับ Reference Beam

03

ให้น้ำหนักเริ่มต้น (Seating Load) ประมาณ 5% ของน้ำหนักทดสอบ ตั้งค่าเริ่มต้นทุกเกจ

04

เพิ่มน้ำหนักเป็นขั้น ขั้นละ 25% ของน้ำหนักออกแบบ บันทึกการทรุดตัวที่เวลา 0, 1, 2, 4, 8, 15, 30, 60, 90, 120 นาที จนกระทั่งอัตราการทรุดน้อยกว่า 0.25 มม./ชม.

05

เพิ่มน้ำหนักสูงสุด 200% ของน้ำหนักออกแบบ คงค่าไว้ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง

06

ลดน้ำหนักเป็นขั้น 25% ขั้นละไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง บันทึกการคืนตัวจนกลับสู่ศูนย์

การวิเคราะห์ผล

วิธีการใช้งาน
Davisson Offsetวิธีนิยมที่สุด ใช้พิจารณาค่ากำลังรับน้ำหนักประลัย
Mazurkiewiczวิเคราะห์จากกราฟ Load–Settlement โดยตรง
Chin–Kondnerใช้เมื่อยังไม่ถึงน้ำหนักประลัยจากการทดสอบ

04รายงานผลการทดสอบReporting

  • ชนิด ขนาด ความยาวของเสาเข็ม วันที่ทดสอบ และระบบที่ใช้
  • ตารางบันทึกการให้น้ำหนักและการทรุดตัวทุกช่วงเวลา
  • กราฟ Load–Settlement พร้อมผลการวิเคราะห์น้ำหนักประลัย
  • การคืนตัวสุทธิ (Net Rebound) และการทรุดสุทธิที่น้ำหนักออกแบบ
  • รูปภาพและข้อสังเกตขณะทดสอบ

05มาตรฐานอ้างอิงStandards

ASTM D 1143ASTM D 3689ASTM D 3966

สนใจให้ FFT ดูแลงาน STATIC LOAD TEST?

ทีมวิศวกร COE ของเราพร้อมเข้าหน้างานทั่วประเทศ ตอบกลับภายใน 1 วันทำการ

เกี่ยวกับการทดสอบนี้

งานก่อสร้างที่วางบนชั้นดินโดยตรง — ถนน พื้นโรงงาน ฐานรากตื้น — ต้องมั่นใจว่าดินรับน้ำหนักได้โดยไม่ทรุดตัวเกินเกณฑ์ Plate Bearing Test คือมาตรฐานวัดค่าหน่วยแรงกดอัดของดินที่จุดคลาก โดยใช้แผ่นเหล็กกลม 12 นิ้ว

01หลักการทดสอบPrinciple

การทดสอบมีจุดประสงค์เพื่อหากำลังรับน้ำหนักของโครงสร้างที่รองรับด้วยพื้นดิน โดยที่ดินไม่เกิดการทรุดตัวเกินเกณฑ์ที่กำหนด

การพิจารณาค่าหน่วยแรงกดอัดดินที่จุดคลาก (Yield Pressure) — จุดสุดท้ายที่ดินยังคงพฤติกรรมอีลาสติก — พิจารณาจากกราฟ Double Log Scale

หากไม่สามารถพิจารณาจุดคลากได้ อาจใช้เกณฑ์การทรุดตัวไม่เกิน 10 มม. หรือคำนวณค่าการทรุดของแผ่นเหล็กกับฐานรากที่การทรุด 25 มม.

รูปที่ 1 — การทดสอบการรับน้ำหนักของพื้นดินโดยวิธี Plate Bearing Test
รูปที่ 1 — การทดสอบการรับน้ำหนักของพื้นดินโดยวิธี Plate Bearing Test

02อุปกรณ์และเครื่องมือEquipment

ชุดบรรทุกน้ำหนัก (Loading Platform)
01ชุดบรรทุกน้ำหนัก (Loading Platform)
แม่แรงไฮดรอลิก 30 ตัน
02แม่แรงไฮดรอลิก 30 ตัน
Load Cell + หน้าจอแสดงผล
03Load Cell + หน้าจอแสดงผล
แผ่นเหล็กวงกลม ⌀ 12″ หนา 1″
04แผ่นเหล็กวงกลม ⌀ 12″ หนา 1″
Dial Gauge ละเอียด 0.001″ × 3 อัน
05Dial Gauge ละเอียด 0.001″ × 3 อัน
คานเหล็กติดตั้ง Dial Gauge
06คานเหล็กติดตั้ง Dial Gauge

03ขั้นตอนการทดสอบProcedure

01

เตรียมพื้นที่ทดสอบให้เรียบและได้ระดับ ใช้ทรายละเอียดปรับให้สนิท

02

วางแผ่นเหล็ก ⌀ 12 นิ้วลงตรงศูนย์กลางและปรับระดับให้ได้ระนาบ

03

วางแผ่นเหล็กขนาดรองลงไปบนแผ่นแรกให้ร่วมศูนย์กันทุกแผ่น

04

ติดตั้งแม่แรงไฮดรอลิกบนแผ่นเหล็ก ให้แกนอยู่กึ่งกลางชุดบรรทุก

05

ติดตั้ง Dial Gauge บนแผ่นเหล็กล่างสุด 3 ตัว ทำมุมระหว่างกัน 120 องศา

06

ให้ Seating Load แล้วลดทันที ทำซ้ำจนเข็มเกจหยุดนิ่ง ตั้งค่า Zero Mark

ระบบเพิ่ม-ลดน้ำหนักบรรทุก

ขั้นตอนรายละเอียด
เพิ่มน้ำหนัก 10 ขั้น0% – 10 – 20 – 30 – 40 – 50 – 60 – 70 – 80 – 90 – 100%
ลดน้ำหนัก 4 ขั้น100% – 75 – 50 – 25 – 0%
คงน้ำหนักแต่ละขั้นไม่น้อยกว่า 15 นาที
อ่านค่าทรุดตัวที่เวลา 0, 1, 2, 4, 8 และ 15 นาที

04รายงานผลการทดสอบReporting

  • ตารางบันทึก เวลา น้ำหนักบรรทุก การทรุดตัว และข้อสังเกต
  • กราฟแสดงความสัมพันธ์น้ำหนักบรรทุก – การทรุดตัว
  • ค่าหน่วยแรงกดอัดดินที่จุดคลาก หรือค่าการทรุดตัว 10 มม.
  • รูปภาพและข้อสังเกตขณะทดสอบ

05มาตรฐานอ้างอิงStandards

ASTM D 1194

สนใจให้ FFT ดูแลงาน PLATE BEARING TEST?

ทีมวิศวกร COE ของเราพร้อมเข้าหน้างานทั่วประเทศ ตอบกลับภายใน 1 วันทำการ

เกี่ยวกับการทดสอบนี้

ก่อนเริ่มออกแบบโครงการ ต้องมีแผนที่ภูมิประเทศที่ถูกต้องเป็นจุดตั้งต้น งานสำรวจของ FFT ใช้เทคโนโลยีผสมระหว่าง Total Station, RTK GNSS และโดรน (Photogrammetry) เพื่อให้ได้ทั้งความละเอียดและความครอบคลุมสูงสุด

01หลักการทดสอบPrinciple

งานสำรวจภูมิประเทศจัดทำแผนที่แสดงรายละเอียดของลักษณะภูมิประเทศ ทั้งระดับความสูง–ต่ำ ตำแหน่งอาคาร สิ่งก่อสร้าง ถนน ระบบสาธารณูปโภค รวมถึงสิ่งกีดขวางต่าง ๆ

การสำรวจสมัยใหม่ใช้เครื่อง Total Station ร่วมกับ RTK GNSS และในพื้นที่ขนาดใหญ่ใช้ UAV (โดรน) ถ่ายภาพและสร้างแบบจำลอง 3 มิติ (Photogrammetry)

02อุปกรณ์และเครื่องมือEquipment

Total Station ความละเอียด 1″
01Total Station ความละเอียด 1″
GNSS RTK ± 8 มม.
02GNSS RTK ± 8 มม.
UAV / Drone Photogrammetry
03UAV / Drone Photogrammetry
กล้องระดับอัตโนมัติ (Auto Level)
04กล้องระดับอัตโนมัติ (Auto Level)
AutoCAD Civil 3D / Pix4D
05AutoCAD Civil 3D / Pix4D
Global Mapper / QGIS
06Global Mapper / QGIS

03ขั้นตอนการทดสอบProcedure

01

วางแผนหมุดควบคุม อ้างอิงระบบ UTM/WGS84 หรือระบบของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

02

วัดหมุดควบคุมและตรวจสอบความถูกต้องด้วยการรังวัดซ้ำ

03

เก็บรายละเอียดภูมิประเทศและสิ่งก่อสร้างที่มีอยู่เดิม

04

ประมวลผลข้อมูลด้วยซอฟต์แวร์ จัดทำเส้นชั้นความสูง (Contour Line)

05

วาดและจัดทำแผนที่ภูมิประเทศตามมาตราส่วน 1:200 / 1:500 / 1:1000

06

คำนวณปริมาตรขุด-ถม (Cut & Fill) และส่งมอบไฟล์ CAD + PDF

04รายงานผลการทดสอบReporting

  • แผนที่ภูมิประเทศตามมาตราส่วนที่กำหนด
  • ตารางพิกัดและระดับของหมุดควบคุม
  • การคำนวณปริมาตรขุด-ถม พร้อมโมเดล 3 มิติ
  • ไฟล์ CAD (.dwg) และ PDF พร้อมรายงานสรุปงานสำรวจ

05มาตรฐานอ้างอิงStandards

Total Station SurveyRTK GNSSUAV Photogrammetry

สนใจให้ FFT ดูแลงาน TOPOGRAPHIC SURVEY?

ทีมวิศวกร COE ของเราพร้อมเข้าหน้างานทั่วประเทศ ตอบกลับภายใน 1 วันทำการ

Get Started

พร้อมเริ่มต้นโครงการของคุณแล้วหรือยัง?

ปรึกษาทีมวิศวกรของเราได้ฟรี รับใบเสนอราคาที่ชัดเจน ครอบคลุมทุกขอบเขตงาน — ตอบกลับภายใน 1 วันทำการ